ระบบเสียงกลางแจ้ง ติดตั้งอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

การติดตั้งระบบเสียงกลางแจ้ง

ระบบเสียงกลางแจ้ง | การติดตั้งระบบเสียงกลางแจ้งให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ ในการสร้างประสบการณ์การฟังที่ดีให้กับผู้ชม และผู้รับฟังได้ในทุกสถานที่ และในทุก ๆ สภาพแวดล้อม ระบบเสียงที่ถูกออกแบบ และถูกติดตั้งมาอย่างดี สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าฟัง และมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ เพื่อให้การส่งต่อคุณภาพเสียงไปยังผู้ฟังเป็นไปอย่างราบรื่นนั้น ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน วิเคราะห์สถานที่ การเลือกลำโพง และอุปกรณ์ที่ใช้ ไปจนถึงการติดตั้ง คือขั้นตอนที่สำคัญในการออกแบบ การติดตั้ง ระบบเสียงกลางแจ้ง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และในบทความนี้.. เราจะมาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันครับ

ระบบเสียงกลางแจ้ง

1.) การวางแผน และการสำรวจ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมของสถานที่

สิ่งที่ต้องทำอันดับแรก คือ กำหนดวัตถุประสงค์ ทำการสำรวจ และวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในสถานที่ที่ติดตั้ง เช่น ขนาดพื้นที่ , ความต้องการด้านเสียงของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเอื้อประโยชน์ หรือเป็นอุปสรรคเองสำหรับการติดตั้งระบบเสียง เพื่อทราบถึงปัญหา จึงสามารถหาวิธีแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และนำไปสู่หัวข้อถัดไปครับ

2.) การเลือกประเภทลำโพง ระบบเสียงที่เหมาะสม

หัวข้อนี้ให้พิจารณาจากประสิทธิภาพ และความเหมาะสมของลำโพงกับสถานที่เป็นหลัก โดยอาจจะมีในเรื่องของความสามารถในการทนทานต่อสภาพอากาศเป็นปัจจัยรอง ว่าด้วยเรื่องของประภทลำโพงนั้นก็มีอยู่หลากหลายประเภท ตามแต่ลักษณะการใช้งาน โดยใช้โปรแกรมสำหรับวัดค่าต่าง ๆ เพื่อประเมินผลลัพธ์ว่าระบบลำโพงนั้น ๆ มีความเหมาะสมสัมพันธ์กับสถานที่หรือไม่ เช่น..

  • ลำโพงไลน์อาเรย์ (Line Array) ที่ตอบโจทย์สำหรับงานพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ต้องการความสามารถในการกระจายเสียงได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่
  • ลำโพงพอยท์ซอร์ส (Point Source) สำหรับงานขนาดกลาง และยังสามารถนำไปใช้เป็นลำโพงมอนิเตอร์ได้อีกด้วย ถือเป็นประเภทลำโพงที่มีความอเนกประสงค์
  • ลำโพงคอลัมน์ (Column) ที่ตอบโจทย์กับงานขนาดเล็ก จนถึงขนาดกลาง แต่เน้นที่ความสะดวก พกพาง่าย ติดตั้งไว เป็นต้น

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

3.) มิกเซอร์ เพาเวอร์แอมป์ และอุปกรณ์ DSP (Digital Signal Processing)

การเลือกใช้งานมิกเซอร์ถือเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กับลำโพง และต้องเลือกให้เหมาะสม โดยเน้นดูที่จำนวนการใช้ Input / Output ที่เพียงพอ เหลือไว้ให้ดีกว่าขาด โดยมีทั้งแบบอนาล็อก และแบบดิจิตอลให้เลือกใช้งานตามความชอบ ความถนัดของแต่ละคน และดูว่าตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของงานหรือไม่

ในส่วนการเลือกใช้เพาเวอร์แอมป์นั้น เริ่มต้นด้วยให้ดูจากตู้ลำโพงที่ใช้ ว่าเป็นลำโพงแบบ Passive (ไม่มีแอมป์ในตัว) หรือเป็นแบบ Active (มีแอมป์ในตัว) หากเป็นตู้ Active ก็อาจจะข้ามในส่วนของเพาเวอร์แอมป์ไป แต่ถ้าหากใช้เป็นตู้ Passive ก็ต้องดูว่าลำโพงของเรานั้น สามารถรองรับกำลังขับสูงสุดได้เท่าไหร่ และเลือกเพาเวอร์แอมป์ที่มีกำลังขับสมดุลกับความสามารถของลำโพง

การใช้อุปกรณ์ DSP (Digital Signal Processing) สามารถช่วยปรับแต่งเสียง และเป็นตัวช่วยในการทำงานได้อย่างมาก เพื่อปรับแต่งคุณภาพเสียงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของสถานที่ การเลือกใช้อุปกรณ์ DSP ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Equalizer , Crossover , Compressor หรือ Limiter ก็สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเสียงให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

4.) การติดตั้ง และการจัดวางตำแหน่งลำโพง

การติดตั้ง ระบบเสียงกลางแจ้ง และการกำหนดจัดวางตำแหน่งของลำโพง จะอ้างอิงถึงในหัวข้อที่ 2 ที่กล่าวไป ว่าต้องดูที่ปัจจัยสภาพแวดล้อมของสถานที่ และด้วยโปรแกรมวัดค่าต่าง ๆ จะเป็นตัวบ่งบอก และระบุทิศทางความสามารถการกระจายเสียงในแต่ละจุดได้เป็นอย่างดีที่สุด ในส่วนการติดตั้งนั้นก็ต้องทำอย่างถูกต้อง ตามแผนที่ได้ทำการวิเคราะห์เอาไว้ โดยการจัดวางอุปกรณ์ระบบเสียง การเชื่อมต่อสายสัญญาณ และการตั้งค่าระบบต่าง ๆ ก็ต้องทำอย่างถูกต้องเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น และได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบเสียงกลางแจ้ง

5.) ทดสอบเสียง การปรับแต่ง และการดูแลบำรุงรักษา 

หลังจากที่ทำการติดตั้งระบบเรียบร้อยแล้ว ควรทดสอบระบบเสียงให้เหมือนสถานการณ์จริง ปรับจูนมิกซ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย และดูผลการทดสอบว่าทุกอย่างถูกต้องเหมาะสมตามวัตถุประสงค์ของงานหรือไม่ และสุดท้ายเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเสียงที่ดีที่สุด ระบบเสียงที่ดีนั้นก็ต้องมีการดูแลรักษาที่ดีเช่นกัน เพื่อให้อุปกรณ์ทุกชิ้นที่คุณรัก พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา การหมั่นตรวจสอบเช็คสภาพ และการทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งาน และรักษาคุณภาพเสียงเอาไว้เช่นกัน

ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook AT Prosound

บทความโดย : ณัฐพจน์ วิจารัตน์


สินค้าแนะนำตามความสนใจ

฿135.00 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿145.00 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿35.00 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿36.00 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿42.00 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿185.00 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿170.00 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿42.00 (รวม VAT 7% แล้ว)

บทความที่คุณอาจชอบ ในหมวดหมู่เดียวกัน

ใส่ความเห็น